หนุ่ม ๆ รู้ไว้ไม่พลาด ขนาดถุงยางอนามัยสำคัญไฉน
การเลือกซื้อขนาดถุงยางอนามัยที่เหมาะสมกับขนาดน้องชายของตัวเองนั้น ช่วยเพิ่มอรรถรสในการร่วมรักกับคู่รักอย่างมากเลยนะคะ แถมยังปลอดภัย ไม่เสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อีกด้วยค่ะ

ไขข้อสงสัย…ถุงยางอนามัยคืออะไร
ถุงยางอนามัย นับว่าเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คู่รักที่ยังไม่พร้อมจะมีตัวเล็ก ต้องขอกบอกก่อนเลยว่าถุงยางอนามัยนั้นนอกจากจะช่วยคุมกำเนิดได้แล้ว ยังช่วยป้องกันการติดต่อของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้อีกด้วย ที่สำคัญถุงยางอนามัยนั้นหาซื้อได้ง่าย เนื่องจากมีขายตามท้องตลาดทั่วไปเลยค่ะ

ถุงยางอนามัยสำหรับหนุ่ม ๆ ชาวไทยแล้วนั้นมีด้วยกันหลากหลายขนาดค่ะ ไม่ว่าจะเป็นไซส์ 49, 52, 54 และ 56 ค่ะ สามารถหาซื้อได้ง่าย ๆ ตามท้องตลาดทั่วไปเลยค่ะ จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูพร้อมกันเลยค่ะ
- ถุงยางขนาด 49 คือ ถุงยางอนามัยที่มีขนาดความกว้าง เมื่อวางถุงยางที่คลี่แล้วแบนราบกับพื้น สามารถวัดความกว้างจากขอบหนึ่งถึงขอบหนึ่งได้ 49 มิลลิเมตร และมีความยาวไม่น้อยกว่า 160 มิลลิเมตรค่ะ
- ถุงยางขนาด 52 คือ ถุงยางอนามัยที่มีขนาดความกว้างเมื่อวางถุงยางที่คลี่แล้วแบนราบกับพื้น สามารถวัดความกว้างจากขอบหนึ่งถึงขอบหนึ่งได้ 52 มิลลิเมตร และมีความยาวประมาณ 180 มิลลิเมตร
- ถุงยางขนาด 54 คือ ถุงยางอนามัยที่มีขนาดความกว้างเมื่อวางถุงยางที่คลี่แล้วแบนราบกับพื้น สามารถวัดความกว้างจากขอบหนึ่งถึงขอบหนึ่งได้ 54 มิลลิเมตร และมีความยาวประมาณ 190 มิลลิเมตร
- และสุดท้าย ถุงยางขนาด 56 คือ ถุงยางอนามัยที่มีขนาดความกว้างเมื่อวางถุงยางที่คลี่แล้วแบนราบกับพื้น สามารถวัดความกว้างจากขอบหนึ่งถึงขอบหนึ่งได้ 56 มิลลิเมตร และมีความยาวประมาณ 214 มิลลิเมตร

ไซส์ถุงยางอนามัยสำคัญไฉน วัดยังไงไปดูกันเลย
สำหรับหนุ่ม ๆ แล้วการเลือกไซส์ถุงยางที่พอดิบพอดีกับน้องชายนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญนะคะ เพราะถ้าหากเลือกขนาดเล็กเกินไปหรือใหญ่เกินไป จะทำให้ถุงยางนั้นฉีกขาดหรือหลุดได้ง่าย ประสิทฑัภาพในการคุมกำเนิดก็จะลดลงนั่นเองค่ะ เรามาดุกันนะคะว่าการวัดไซส์ถุงยางง่ายๆ นั้นทำอย่างไร ไปดูพร้อมกันเลยค่ะ
- ให้เริ่มจากวัดเส้นรอบวงของอวัยวะเพศตอนแข็งตัวเท่านั้น อาจจะใช้เชือกพัน 1 รอบ เมื่อนำเชือกมากางออกก็จะเท่ากับเส้นรอบวง
- หลังจากนั้นให้นำขนาดที่วัดได้มาหารด้วย 2 จะได้ขนาดที่พอดี เช่น วัดเส้นรอบวงอวัยวะเพศได้ 10.6 เซนติเมตร นำมาหาร 2 จะได้ 5.3 เซนติเมตร
- เมื่อแปลงเป็นมิลลิเมตรก็จะเท่ากับ 53 มิลลิเมตร ดังนั้นถุงยางอนามัยที่สามารถใช้ได้ก็คือขนาด 52 หรือ 54 มิลลิเมตร
FAQ
โดยทั่วไปถุงยางอนามัยมีหลายขนาด แต่ไซส์ที่พบได้บ่อยในไทย ได้แก่ 49, 52, 54 และ 56 มิลลิเมตร โดยควรเลือกจากขนาดที่เหมาะสมกับเส้นรอบวงขณะอวัยวะเพศแข็งตัว
ควรวัดเส้นรอบวงอวัยวะเพศขณะแข็งตัว โดยใช้สายวัดหรือเชือกพันรอบส่วนที่มีขนาดใหญ่ที่สุด แล้วนำค่าที่ได้มาประเมินไซส์ถุงยางที่เหมาะสม
ตัวเลขหมายถึงความกว้างของถุงยางเมื่อวางราบและวัดจากขอบหนึ่งไปอีกขอบหนึ่ง โดยแต่ละไซส์เหมาะกับเส้นรอบวงที่แตกต่างกัน
ถุงยางที่คับเกินไปอาจทำให้สวมใส่ยาก ไม่สบาย และเพิ่มโอกาสที่ถุงยางจะฉีกขาดได้ จึงควรเลือกขนาดที่พอดี
ถุงยางที่หลวมเกินไปอาจเลื่อนหรือหลุดระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ทำให้ประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ลดลงได้
โดยไซส์ 52 มม. เหมาะกับผู้ที่มีเส้นรอบวงอวัยวะเพศประมาณ 12–13 ซม. อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบคำแนะนำของผู้ผลิตแต่ละแบรนด์ด้วย
โดยทั่วไปไซส์ 54 มม. เหมาะกับผู้ที่มีเส้นรอบวงประมาณ 13–14 ซม. แต่ขนาดจริงที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันตามรูปทรงและแบรนด์ของถุงยาง
ไซส์ 56 มม. เป็นขนาดที่กว้างกว่าไซส์มาตรฐานทั่วไป และข้อมูลในบทความระบุว่าเหมาะกับเส้นรอบวงประมาณ 14–15 ซม.
โดยหลักแล้วการเลือกไซส์ถุงยางควรให้ความสำคัญกับความกว้างหรือความพอดีกับเส้นรอบวงมากกว่าความยาว เพราะถุงยางแต่ละรุ่นมีความยาวแตกต่างกัน
ได้ หากถุงยางคับเกินไปอาจเพิ่มโอกาสฉีกขาด ส่วนถ้าหลวมเกินไปอาจเลื่อนหรือหลุด จึงควรเลือกขนาดที่เหมาะสม
ถุงยางอนามัยช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หลายชนิด แต่ไม่ได้ป้องกันได้ 100% ในทุกกรณี
สามารถวัดเส้นรอบวงขณะอวัยวะเพศแข็งตัว แล้วเปรียบเทียบกับคำแนะนำเรื่องขนาดของถุงยางแต่ละแบรนด์ หากยังไม่แน่ใจ ควรสอบถามแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ






